image
Technology & Innovation

ท่องอารยธรรมโบราณผ่านเกม

  • 03 Jul 2020
  • 2703

เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเกมที่ก้าวหน้าขึ้นในหลายปีมานี้ ส่งผลให้เหล่าค่ายเกมสามารถสร้างประสบการณ์ได้ใกล้เคียงกับความจริงมากขึ้น เพิ่มอำนาจให้แก่ผู้พัฒนาในการใส่รายละเอียดภายในเกมได้แทบไร้ขีดจำกัด เช่น ความกว้างของแผนที่ สภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ และชีวิตประจำวันของ NPC (Non-Player Character) ที่มีกิจวัตรเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะการเนรมิตเรื่องราวในประวัติศาสตร์ให้ผู้เล่นสามารถย้อนเวลาไปใช้ชีวิตในอดีตได้

เกมในซีรีส์ภารดรนักฆ่า หรือ Assassin’s Creed จากบริษัท Ubisoft ที่ครองใจคนเล่นเกมมาตั้งแต่ปี 2007 เป็นเกมประเภทโลกเปิด (Open World) ซึ่งมีแผนที่ขนาดใหญ่สำหรับผู้เล่นที่สามารถเดินทางไปได้ทุกที่อย่างมีอิสระ (แต่อาจไม่อิสระสำหรับตัวละคร) เช่น หมู่เกาะเขตทะเลแคริเบียนในยุคทองของโจรสลัดช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 หรือเมืองฟลอเรนซ์ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ไปจนถึงลอนดอนยุควิกตอเรียสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ภายในเกมได้สร้างเนื้อเรื่องที่อิงไปกับประวัติศาสตร์พร้อมให้ความรู้แก่ผู้เล่นด้วยข้อมูลสถานที่ บุคคลสำคัญ และเอกสารด้านประวัติศาสตร์ประกอบไปในเกม

ในปี 2017 เกม Assassin’s Creed Origins ได้พาเราย้อนไปผจญภัยในอารยธรรมอียิปต์โบราณ สมัยราชอาณาจักรทอเลมีซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ทอเลมีที่ 13 โดยภาคนี้ผู้พัฒนาได้เพิ่มโหมด Discovery Tour ที่แยกผู้เล่นออกจากเนื้อเรื่องและศัตรู โดยสร้างประสบการณ์ทัวร์ไว้กว่า 75 เส้นทาง แบ่งเป็น 5 ธีม ได้แก่ 1. ทัวร์ภูมิภาคอียิปต์ 2. พาชมพิรามิดและเกร็ดความรู้ในประวัติศาสตร์ 3. เมืองอะเล็กซานเดรีย 4. ชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์โบราณ และ 5. สำรวจสิ่งปลูกสร้างและยุทโธปกรณ์ทางการทหารของชาวโรมันที่เข้ามาในช่วงสุดท้ายของยุคอียิปต์โบราณ

ในแต่ละทัวร์จะใช้เวลาประมาณ 3 -15 นาที โดยจะมีเส้นทางนำผู้เล่นเดินไปตามจุดต่าง ๆ ซึ่งจะมีเสียงบรรยายและภาพประกอบที่มีทั้งภาพของสถานที่จริง รูปปั้น และภาพเขียนฝาผนัง ที่สามารถดูเปรียบเทียบกับสิ่งที่ผู้พัฒนาสร้างภายในเกมได้ อีกทั้งยังอธิบายถึงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ซึ่งทีมพัฒนาได้นำเข้ามาเพื่อสร้างประสบการณ์ความบันเทิงให้กับผู้เล่น 

ผลตอบรับที่ดีของโหมด Discovery Tour ทำให้มีผู้เล่นแล้วถึง 2.3 ล้านคน ส่วนหนึ่งมาจากมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่เห็นประโยชน์ของการเรียนประวัติศาสตร์ผ่านเกม นอกจากนี้การตัดระบบการต่อสู้ออกไปของโหมดนี้ ยังทำให้เหล่าครููอาจารย์รู้สึกสบายใจในการหยิบเกมมาเปิดประกอบบทเรียนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพความรุนแรงต่าง ๆ 

ในการต่อยอดความสำเร็จ บริษัท Ubisoft จึงได้ใส่โหมดนี้ในเกม Assassin’s Creed Odyssey (2018) ภาคถัดมาซึ่งเล่าเหตุการณ์ในช่วงกรีกโบราณ 431 ปีก่อนคริสตกาล ตลอดจนมีการคาดการณ์จากแฟน ๆ ตัวยงที่หวังว่าจะได้เล่นเกมในโหมดนี้อีกครั้งกับ Assassin's Creed Valhalla ที่จะออกจำหน่ายช่วงปลายปี 2020

ที่มาภาพ : ubisoft.com

ที่มา :
บทความ “Assassin’s Creed Origins’ Discovery Tour lets the beauty of Egypt shine จาก polygon.com
บทความ “Discovery Tour: Ancient Egypt” จาก assassinscreed.fandom.com
บทความ “Discovery Tour Mode Of Assassin's Creed: Origins” จาก ubisoft.com
บทความ “The Assassin’s Creed Discovery Tour has had over 2.3 million players” โดย Imogen Mellor จาก pcgamesn.com

เรื่อง : นพกร คนไว