Facedrive แพลตฟอร์มแชร์รถสายกรีน
Technology & Innovation

Facedrive แพลตฟอร์มแชร์รถสายกรีน

  • 27 Sep 2021
  • 1016

มาตรการสิ่งแวดล้อม Carbon Neutrality เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 20-25% กำลังเดินสู่หมุดหมายแรกในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ขณะที่เกือบทุกกิจกรรมในชีวิตมนุษย์ทุกวันนี้ยังทิ้งรอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) ไว้เสมอ กิจกรรมหนึ่งที่ทุกคนรู้กันดีว่าสร้างมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่น้อย ก็คือการเดินทางขนส่ง เพราะรถยนต์หนึ่งคันปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณ 150-200 กรัมต่อกิโลเมตรที่รถวิ่ง ลองคิดดูว่าหากมีรถยนต์บนท้องถนน 100 คันวิ่งในระยะทาง 20 กิโลเมตร จะเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้มากมายสักเพียงใด

จะดีกว่าไหมถ้าการเดินทางแต่ละครั้งของเราลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ช่วยลดโลกร้อน แถมไม่มีชาร์จเพิ่ม!

ในบรรดาเทคสตาร์ตอัพที่ให้บริการ Ride Sharing หรือ “แอพฯ เรียกรถ” ชื่อดังหลายรายจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Uber, Lyft, Grab หรือ Didi ที่พัฒนาเทคโนโลยีและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยหลายรูปแบบ บริษัทหนึ่งที่น่าสนใจในแง่แนวคิดธุรกิจที่แหวกแนวและแตกต่างแถมดีต่อโลกนั้น ต้องยกให้ Facedrive ซึ่งสร้างความแตกต่างด้วยการเป็นบริษัทผู้บุกเบิกการ “ใช้รถร่วมกันแบบสีเขียว” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้บริการด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด หรือแก๊ส ผ่านแอพพลิเคชัน Facedrive เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังเข้าร่วมโปรแกรม Carbon Offset ที่ชดเชยการปล่อยคาร์บอนด้วยการปลูกต้นไม้ ให้ลูกค้ามีทางเลือกที่จะใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

สร้างความต่างด้วยรถยนต์ทางเลือก
Facedrive เป็นบริษัทสตาร์ตอัพสัญชาติแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก (ดูได้จากการเป็นประเทศที่สองของโลกที่มีการตั้งกระทรวงสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยเฉพาะ) เพราะรู้กันดีว่า การขนส่งเป็นแหล่งที่มาหลักในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมามากที่สุด และทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ขณะเดียวกันเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเป็นพิเศษ บริษัทจึงได้สร้างแพลตฟอร์มบริการขนส่ง (TaaS) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บนแนวคิด “ผู้คนและโลกต้องมาก่อน” ในปี 2016 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ Google ประกาศเปิดให้บริการใหม่ Ride-Share ในตลาดอเมริกา และได้ให้คำนิยามบริการใหม่นี้ว่าเป็น Transportation as a Service (TaaS) หรือเป็นการคมนาคมขนส่งที่เปลี่ยนจากเดิมที่ต้องเป็นเจ้าของพาหนะ กลายเป็นการเลือกใช้บริการภาคการขนส่งแทน

บริการของ Facedrive เริ่มจาก Facedrive Rideshare ซึ่งเป็นธุรกิจแชร์รถสายกรีนรายแรกในประเทศแคนาดา โดยเสนอทางเลือกในการให้บริการด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ไฮบริด และแก๊ส ให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งยานพาหนะเหล่านี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นับเป็นความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน แม้แต่เจ้าใหญ่อย่าง Uber หรือ Lyft ทางฝั่งสหรัฐอเมริกา ก็ยังไม่เคยมีบริการนี้มาก่อน

ก่อนที่จะขยายบริการไปอีกหลายประเภท โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริการที่เพิ่มเข้ามาคือ Facedrive Foods ซึ่งความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นบริการจัดส่งอาหารจากกว่า 5,000 ร้านทั่วแคนาดา มีผู้ใช้งานกว่า 3 แสนราย ด้วยยานพาหนะสีเขียวที่เป็นเครือข่ายของ Facedrive ที่มียอดคนขับที่ลงทะเบียนกว่า 3,500 ราย

ตามมาด้วย Facedrive Marketplace แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่คัดสรรเฉพาะแบรนด์สินค้าที่ใส่ใจรักษ์โลก สอดคล้องกับจุดยืนของ Facedrive และแน่นอนว่าต้องจัดส่งด้วยเครือข่ายรถยนต์ของ Facedrive เช่นกัน

ในปี 2020 ที่ผ่านมา บริษัทยังได้เข้าซื้อกิจการ Steer แอพพลิเคชันให้เช่ารถยนต์ EV ในรูปแบบสมาชิกรายเดือน ซึ่งผู้ใช้งานสามารถยืมรถยนต์ไฟฟ้าได้ตามต้องการ รุ่นที่นำเสนอมีตั้งแต่ Nissan ไปจนถึง Tesla ในราคาระดับพรีเมียม รองรับคนรุ่นมิลเลนเนียลที่ไม่ชอบซื้อและเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่นิยมการเช่าขับมากกว่า

มากกว่าแชร์รถ คือช่วยโลก
นอกจากจะเป็นทางเลือกในการเดินทางสีเขียว ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว Facedrive ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ด้วยการมอบค่าโดยสารส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนโครงการ Carbon Offset โดยการชดเชยการปล่อยคาร์บอนด้วยการปลูกต้นไม้ตามการบริโภคของผู้ใช้งาน เป็นการช่วยเพิ่มก๊าซออกซิเจนไปด้วยในตัว ผ่านการร่วมมือกับ Forest Ontario องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ 50 ล้านต้น โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดาและผู้สนใจบริจาคทั่วไป

ในการเดินทางด้วยรถยนต์แต่ละครั้งอัลกอริธึมในแอพพลิเคชันของ Facedrive จะคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา และจัดสรรเงินเพื่อมอบให้กับองค์กร Forest Ontario นำไปปลูกต้นไม้ โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้เห็นปริมาณการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ และติดตามการดำเนินการปลูกต้นไม้ของ Facedrive ในแอพพลิเคชันได้แบบเรียลไทม์

Facedrive รู้ดีว่าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารคือกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ บริษัทจึงสร้างแรงจูงใจให้คนขับด้วยการจ่ายค่าตอบแทนสูงถึงร้อยละ 90 ของค่าโดยสารแต่ละครั้ง ซึ่งถือเป็นค่าตอบแทนสูงสุดของอุตสาหกรรม และรับทิปแบบเต็ม ๆ ไม่มีหักส่วนแบ่ง เป็นเสมือนรางวัลตอบแทนการทำความดีที่ช่วยโลก ส่วนฝั่งผู้โดยสารก็ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มในการมีส่วนร่วมรักษ์โลกนี้แต่อย่างใด บริการของ Facedrive ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ในปี 2019 เพียงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนแค่ 2 เดือน ตัวเลขผู้ใช้บริการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 76

ในปีเดียวกันนั้นเอง Facedrive ปลูกต้นไม้ในเมืองโตรอนโตไปแล้ว 3,226 ต้น และตั้งเป้าปลูกอีกประมาณ 68,000 ต้นในปี 2563 ซึ่งจะชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 2.1 ล้านกิโลกรัม

ปัจจุบัน Facedrive ให้บริการในเมืองใหญ่หลายแห่งของแคนาดา รวมไปถึงเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐอเมริกา และกำลังขยายไปในอีกหลายประเทศทั่วยุโรป โดยเริ่มจากเมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดนเป็นแห่งแรก

แม้ว่าล่าสุดจะมีข่าวว่า Facedrive กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจจากการเทขายหุ้นของผู้บริหารคนก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ทำธุรกิจและแก้ปัญหารักษ์โลกไปพร้อม ๆ กันได้อย่างสร้างสรรค์ เพราะแค่กดใช้บริการของ Facedrive ไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสาร ทุกคนก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้นได้

CO2 in Number

  • รถยนต์พลังงานไฟฟ้าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์ดีเซลประมาณร้อยละ 25
  • รถยนต์ไฟฟ้าเพียงหนึ่งคันสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 4.6 เมตริกตันในแต่ละปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้เพิ่ม 209 ต้น

ที่มา : nissan.co.th, seub.or.th

ภาพ : Facedrive (FB)

ที่มา :
บทความ “5 green tech start-ups out to change the world in 2021” โดย Shannon McDonagh จาก www.euronews.com
บทความ “Facedrive: What Is It and How Is It Beneficial?” โดย Dave Editorial จาก digitaladblog.com
บทความ “Facedrive Provides a Corporate Update” จาก  www.businesswire.com
บทความ “New player in Waterloo and Guelph ride-share game encourages drivers to go green” โดย Jordan Shobelen จาก www.waterloochronicle.ca
บทความ “Facedrive Fuels Carbon-Neutral Rideshare Service in Toronto” จาก brainstation.io
www.facedrive.com/about-us/

เรื่อง : เรืองศักดิ์ บุณยยาตรา