Everything is Music เปลี่ยน “เมือง” ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลที่เคล้าคลุ้งไปด้วยเรื่องราวของเสียงดนตรี
Technology & Innovation

Everything is Music เปลี่ยน “เมือง” ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลที่เคล้าคลุ้งไปด้วยเรื่องราวของเสียงดนตรี

  • 03 May 2022
  • 1628

เพราะเมืองทุกเมืองต่างก็มีเอกลักษณ์และเต็มไปด้วย “เรื่องเล่า” ที่หลากหลาย ดังนั้นการจะทำความรู้จักกับเมืองสักแห่งนั้น นอกจากการได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ แล้ว การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวของเมืองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน แต่หากพูดถึงเรื่องราวเก่าแก่หรือประประวัติศาสตร์ หลายคนอาจจะเบือนหน้าหนีเพราะเห็นแววความน่าเบื่อจากการต้องอ่านเรื่องราวยาวเหยียดจากหนังสือหรือแผ่นป้ายตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ 

แต่โปรเจ็กต์อย่าง Everything Is Music จากเกาะอังกฤษ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Crack Magazine นิตยสารดนตรีระดับนานาชาติ และ Landmrk บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านพื้นที่และการระบุตำแหน่งจากสหราชอาณาจักร จึงได้ลองนำเทคโนโลยีมาผสมผสาน เพื่อนำประวัติศาสตร์ของเมืองมาเล่าเรื่องบนสถานที่จริงได้อย่างน่าสนใจ

เพราะทุกที่มีเรื่องเล่า
Everything Is Music เป็นเว็บไซต์แผนที่ที่เปิดตัวเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มบอกเล่าเรื่องราวและประวัติศาสตร์ดนตรีของเมืองบาธ (Bath) และเมืองบริสตอล (Bristol) สองเมืองเพื่อนบ้านที่เป็นบ้านเกิดของนักดนตรีแถวหน้าของอังกฤษหลายคน รวมถึงมีประวัติศาสตร์ด้านดนตรีโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอังกฤษ

“บริสตอล” คือเมืองต้นกำเนิดของดนตรีสไตล์ “ทริปฮอป” (Trip-Hop) ที่ผสมผสานระหว่างดนตรีฮิปฮอปและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในจังหวะเนิบ ๆ ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงทศวรษที่ 1990 รวมถึงเป็นเมืองที่สร้างวงดนตรีในตำนานอย่างเช่น Portishead และ Massive Attack ส่วนเมือง “บาธ” ก็เป็นบ้านของคนดนตรีแถวหน้ามากมายไม่ว่าจะเป็น Tears For Fears หรือ Gabrielle Aplin 

แต่นอกจากการบอกเล่าเรื่องราวแบบเดิม ๆ แล้ว ความพิเศษของแพลตฟอร์มนี้ คือการรวบรวมเอาสถานที่สำคัญทางด้านดนตรีของเมืองไว้มากกว่า 250 แห่ง ทุกที่เก็บซ่อนเรื่องราวของคนดนตรีหลากหลายชีวิตทั้งในอดีตและปัจจุบันเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโออัดเสียง ค่ายเพลง ร้านขายแผ่นเสียง สถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของนักดนตรีหลายคน เวทีดนตรี คลับ หรือผับต่าง ๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมืองบาธและบริสตอล มารวบรวมปักหมุดไว้เป็นแผนที่บนเว็บไซต์ everythingismusic.io ทำให้มีรูปแบบเหมือนกับ “พิพิธภัณฑ์ดิจิทัล” ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสทุกประสบการณ์ด้วยการใช้เพียงสมาร์ตโฟนและหูฟังเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศของเมืองทั้งสอง

ส่วนผสมระหว่างผู้คน สถานที่ เรื่องราว และเทคโนโลยี 
แม้ว่าภาพจำของ “พิพิธภัณฑ์” สำหรับใครหลายคนอาจเป็นอาคารขนาดใหญ่หรือสถานที่เก่าแก่ที่อัดแน่นไปด้วยงานศิลปะหรือวัตถุจัดแสดงหลากหลายชิ้น แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังจะเปลี่ยนภาพจำนั้นให้ต่างออกไป 

เบ็น ไพรซ์ (Ben Price) จากนิตยสาร Crack กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีถึงสิ่งที่ Everything Is Music กำลังทำอยู่ว่า “ผู้คนสามารถเดินเล่นไปทั่วเมืองเพื่อดื่มด่ำไปกับเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งนับเป็นการทลายกรอบของพิพิธภัณฑ์ไม่ให้ต้องถูกจำกัดอยู่แค่ในกำแพง” เราจึงเห็นแนวคิดนี้ในรูปแบบการใช้งานของ Everything Is Music ที่สนับสนุนให้ผู้คนได้ออกไปเดินสำรวจสถานที่จริงเพื่อสัมผัสประสบการณ์แบบเต็มรูปแบบ เนื่องจากคอนเทนต์ของแต่ละสถานที่ที่แสดงอยู่บนแผนที่นั้น จะถูกปลดล็อกได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานเดินทางไปอยู่ใกล้กับสถานที่นั้นจริง ๆ ซึ่งคนที่จะมาเล่าเรื่องราวของแต่ละสถานที่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวศิลปินรวมไปถึงคนดนตรีทั้งหลายที่มีความผูกพันกับสถานที่นั้น ๆ ที่อาสามาบอกเล่าว่าสถานที่แห่งนั้นมีความสำคัญกับพวกเขาอย่างไรบ้าง 

โดยคอนเทนต์ที่ถ่ายทอดออกมานั้นมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เป็นภาพเก่า โปสเตอร์ ปกอัลบัม เพลงแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ยังไม่เคยถูกปล่อยที่ไหนมาก่อน พ็อดแคสต์ที่ทำมาแบบพิเศษ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ (Immersive Technology) อย่างโฮโลแกรมแบบสองมิติ การใช้ AR และเทคโนโลยีสแกนแบบสามมิติ มาใช้ถ่ายทอดเรื่องราว อย่างเช่น การให้วง Portishead ตัวเป็น ๆ (แบบโฮโลแกรม) มาเล่าเรื่องราวการเปิดตัวอัลบัมแรกของพวกเขา ณ สตูดิโอที่อัดเสียงอัลบัมนั้น ๆ หรือเรื่องของอาคาร The Pavillion ในเมืองบาธที่เป็นเวทีประจำของขาร็อกในตำนานแห่งยุค 60 ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Jimi Hendrix, Pink Floyd, The Kinks, Led Zeppelin และ The Rolling โดยผู้ใช้งานเว็บไซต์ทุกคนสามารถดื่มด่ำไปกับเรื่องราวเหล่านี้ได้ ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ 

จากสถานที่มากกว่า 250 แห่ง Everything Is Music ยังมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้งานเลือกเส้นทางที่ทีมงานจัดทำไว้ได้ด้วย เช่น เส้นทางสำหรับสายเพลงพังก์ (Punk) เดินทัวร์โฮโลแกรมกับโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง DJ Krust หรือสำรวจพื้นที่ประวัติศาสตร์ของชาว LGBT และเรื่องราวของศิลปินหญิงแห่งวงการดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ของเมืองทั้งสอง นอกจากได้ชมสถานที่จริงแล้ว Everything Is Music นั้นมาพร้อมกับฟังก์ชันกระเป๋าเก็บเสียง (Audio Wallet) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมเสียงหรือบทเพลงที่ชื่นชอบตามสถานที่ต่าง ๆ ไว้เผื่อฟังในเวลาอื่นได้อีกด้วย

Everything Is Music ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของเมืองได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมทั้งช่วยให้ทุกคนทำความรู้จักกับเมืองและสถานที่เก่าแก่ที่อาจถูกลืมไปจากมุมมองใหม่ ๆ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสในการช่วยเหลือกลุ่มศิลปิน คนดนตรี และผู้ประกอบการต่าง ๆ ในเมืองไปได้ในตัว ยิ่งในช่วงที่หลายฝ่ายต้องประสบกับผลกระทบจากโควิด-19 การบอกเล่าเรื่องราวของเมืองในรูปแบบนี้จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการพาให้ผู้คนได้ออกเดินทางไปยังสถานที่และห้างร้านต่าง ๆ อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดแสดงดนตรี ร้านขายเครื่องดนตรี หรือร้านขายแผ่นเสียง เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยสนับสนุนศิลปินและธุรกิจให้ก้าวต่อไปได้นั่นเอง

ที่มาภาพ : Everything Is Music

ที่มา :
everythingismusic.io 
บทความ “Bristol and Bath music scenes celebrated with 'digital museum'” จาก bbc.com 
บทความ “Everything Is Music - a brand new location-based digital museum for mobile” จาก heritageinmotion.eu 

เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ